2/08/2555

พื้นฐานทุนนิยมไทยก่อนพ.ศ. 2475

พื้นฐานทุนนิยมไทยก่อนพ.ศ. 2475
นับจากไทยเปิดประเทศเข้าสู่ระบบทุนนิยมในพ.ศ. 2398 มาจนถึงพ.ศ. 2475 กลุ่มทุนหลักในเศรษฐกิจไทยสามารถจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ (Shehiro 1989) ดังนี้
-                   กลุ่มทุนยุโรป มีกิจการเช่น โรงสีข้าว โรงเลื่อย การทำป่าไม้ การทำเหมืองแร่ การเดินเรือ การธนาคาร การส่งออกและนำเข้า
-                   กลุ่มทุนจีน มีกิจการ เช่น โรงสีข้าว โรงเลื่อย เหมืองแร่ การเดินเรือ การค้าทอง โรงรับจำนำ โรงบ่อน การเป็นกัมปาดอร์ (นายหน้า) การเป็นพ่อค้าคนกลางในเครือข่ายการค้าสินค้าอุปโภคบริโภค
-                   กลุ่มนายทุนศักดินา ที่สำคัญคือ พระคลังข้างที่เป็นเจ้าที่ดิน นายทุนเงินกู้แก่ชาวจีน และได้ลงทุนในกิจการโรงสี

พรรณี บัวเล็ก (2543 : หน้า 19) ได้แบ่งการพัฒนาทุนนิยมในประเทศออกเป็น 6 ช่วงคือ
1.     ทุนนิยมในสมัยศักดินา ตั้งแต่สมัยปลายอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อันเป็นยุคสมัยของ เจ้าภาษีนายอากร ถือเป็นนายทุนกลุ่มแรก มีฐานะเป็นกึ่งข้าราชการที่ทำหน้าที่ช่วยรัฐเก็บภาษีและพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับภาษีอากร ระบบนี้สิ้นสุดไปเมื่อรัฐปรับตัวเข้าสู่รัฐสมัยใหม่
2.     ทุนนิยมการค้าหลังสนธิสัญญาเบาว์ริงถึงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สาระสำคัญคือ เปิดโอกาสให้นำสินค้าเข้า – ออก ประเทศได้สะดวก อันเป็นการยกเลิกการผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้าและการลดอัตราภาษีร้อยละ 3 เป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ระบบการค้าเสรี และระบบการผลิตสมัยใหม่
3.     ทุนนิยมการค้าเสรี หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยในปีพ.ศ.2475  มีการขยายตัวของการส่งออกและนำเข้าอย่างมากและญี่ปุ่นเริ่มเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคทำให้เริ่มมีการเกิดทุนในชนบท โดยผ่านทางพ่อค้าคนกลางที่ค้าขายกับญี่ปุ่น
4.     ทุนนิยมแบบชาตินิยม คณะราษฎร์กับการสร้างทุนนิยมโดยรัฐเป็นการสร้างทุนนิยมโดยรัฐแนวทางเศรษฐกิจแบบชาตินิยมผ่านทางเค้าโครงเศรษฐกิจของปรีดี พนมยงค์
5.    ทุนนิยมขุนนางกับทุนนิยมเอกชน เป็นการผูกพันของทุนนิยมของสองกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างอำนาจรัฐกับกลุ่มที่อาศัยการอุปถัมภ์ของนักการเมือง
6.    ทุนนิยมภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นยุคสมัยที่ทุนนิยมในประเทศไทยถูกพัฒนาขึ้นภายใต้พันธมิตร 3 กลุ่ม คือ ทหาร ทุนต่างชาติ และทุนท้องถิ่น การพัฒนาของทุนในยุคสมัยนี้ถูกกำหนดจากรัฐ บนพื้นฐานของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาตามมา คือ ปัญหาชุมชนเมือง ปัญหากรรมกรและแรงงานราคาถูก ปัญหาชนบทถูกทอดทิ้ง ปัญหาปัญญาชน และปัญหาของกลุ่มทุนเอง

เก็บของเก่ามาเล่าใหม่

เคยเรียบเรียงเรืื่องเกี่ยวกับทุนนิยมเอาไว้ ไหนๆ ก็ไหนๆ แระ เก็บไว้ที่นี่อีกสักหน่อยจะเป็นไร

แนวคิดเกี่ยวกับทุนนิยม
ผู้เสนอแนวคิดแบบการค้าเสรีในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 คือ อาดัม สมิธ (Adam Smith) โดยกล่าวไว้ในหนังสือ ความมั่งคั่งของรัฐ (The Wealth of Nation) ว่า ต้องให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโดยรัฐต้องไม่เข้ามาแทรกแซงให้เกิดมือที่มองไม่เห็น (invisible hand) เป็นผู้กำหนดกลไกเศรษฐกิจ แต่ รัฐมีหน้าที่เพียงรักษาความสงบภายในรัฐเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปได้โดยสะดวก การแข่งขันกันโดยเสรีจะทำให้เศรษฐกิจมั่งคั่งขึ้น
ทุนนิยม(capitalism) กล่าวถึง ทุนและที่ดินเป็นสมบัติส่วนบุคคล การตัดสินใจทางเศรษฐกิจเป็นกิจกรรมส่วนบุคคล ไม่ใช่การควบคุมบริหารโดยรัฐ และตลาดเสรีหรือ เกือบเสรีจะเป็นตัวกำหนดราคา ควบคุมและระบุทิศทางการผลิต รวมถึงเป็นที่สร้างรายรับ บางคนกล่าวว่าระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันของโลกตะวันตกคือระบบทุนนิยม ในขณะที่หลายคนมองว่าในบางประเทศก็มีระบบเศรษฐกิจเป็นเศรษฐกิจแบบผสม กล่าวคือ มีลักษณะเฉพาะของทั้งทุนนิยมและรัฐนิยม
แนวคิดทุนนิยม จะมีแนวคิดตรงข้ามกับสังคมนิยม ที่มีความเห็นคัดค้านว่ากำไรที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดช่องว่างทางสังคมทำให้คน ที่มีฐานะมั่งคั่งรวยมากขึ้น โดยกำไรควรจะมีการแบ่งปันให้กับสังคมในชั้นล่างลงมา

ทุนนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจที่มีลักษณะที่สำคัญดังนี้
-   การมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคลเป็นปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งหมายความรวมถึงการ อนุญาตให้เอกชนสามารถถือครองทรัพย์สินได้มากเท่าที่จะหามาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
-   การแข่งขันเสรี ลัทธิทุนนิยมสนับสนุนให้มีการแข่งขันเสรี ซึ่งจะทำให้ผู้ขายเสนอราคาที่เหมาะสมที่สุดด้วยศักยภาพการผลิตที่ดีที่สุด คนที่ไม่เหมาะสมกับการผลิตประเภทนั้นๆ จะถูกกันออกจากตลาด และเหลือแต่ผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพ
-   ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด ซึ่งหมายถึงระบบที่อนุญาตให้เอกชนสามารถลงทุนในการผลิตหรือใช้จ่ายเงินเพื่อหาซื้อสินค้าและบริการได้ตามความสามารถ และความต้องการโดยไม่มีกฎระเบียบหรือข้อบังคับจากรัฐบาล โดยเชื่อว่าในที่สุดจะทำให้ราคาของสินค้าและบริการอยู่ในจุดสมดุล คือจุดที่ผู้ซื้อและผู้ผลิตมีความเห็นตรงกันว่าราคาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
-   อิสระในการบริหาร ลัทธิทุนนิยมต้องการอิสระในการบริหารงานโดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาล เพราะในความคิดของพวกทุนนิยมเชื่อว่ารัฐบาลไม่มีทางเข้า     ใจได้หมดว่าเอกชนต้องการอะไร ส่วนคำว่าสังคมนิยมนั้น เป็นระบบเศรษฐกิจที่มีการวางแผนจากส่วนกลาง เพื่อผลประโยชน์ของชุมชนโดยส่วนรวม ลัทธินี้จึงอยู่คนละด้านกับทุนนิยม